วิธีการเลือกใช้ “เคสโทรศัพท์” ให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ

วิธีการเลือกใช้ “เคสโทรศัพท์” ให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ ในปัจจุบันนี้ โทรศัพท์มือถือ กลายเป็นปัจจัยที่ 6 ของชีวิตมนุษย์ไปแล้วครับ (ต่อจาก เงิน) เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี และมากกว่า 80% ของผู้ใช้มือถือราคาแพงๆ

หรือที่เรียกกันจนชินปากว่า Smartphone ก็ต้องซื้อ Case (เคส) มาไว้สำหรับป้องกัน มือถือ ที่คุณรัก เมื่อเผลอทำตก หรือเผลอทำขูดขีดต่างๆ เพื่อทะนุถนอม มือถือของคุณ ให้สามารถใช้ได้อย่างยาวนาน ไม่ต้องมาเปลี่ยนมือถือกันบ่อยๆ แต่ทว่า คุณเลือกเคสมือถือได้ถูกต้องตามกันใช้งานแล้วหรือยัง? ถ้าคุณยังไม่ทราบ วันนี้ ขอแนะนำวิธีการเลือกเคสมือถือ ให้ถูกต้องตามการใช้งานกันครับ อย่ารอช้า เราไปดูกันเลย

1. เคสแบบแข็ง และแบบอ่อน(ซิลิโคน) ทั้งแบบขุ่น และแบบใส
เคสลักษณะนี้มีราคาที่ค่อนข้างถูก หาซื้อได้ง่าย และมีสีสันให้เลือกซื้ออย่างหลากหลาย ยิ่งถ้าเป็นสมาร์ทโฟนที่เป็นจุดขายของตลาดแล้วละก็ จะมีเคสประเภทนี้อยู่เกลื่อนตลาดเลยทีเดียว ลักษณะเคสจะเป็นซิลิโคน(นุ่มๆ) และพลาสติก(แข็งๆ) โดยที่แบบแข็งจะได้รับความนิยมมากกว่าเพราะมีทั้งแบบสีใสและสีขุ่น อีกทั้งยังมีขนาดบางและเบากว่าแบบซิลิโคน ตัวเคสจะหุ้มตัวสมาร์ทโฟนไว้เกือบทั้งหมด ยกเว้นในส่วนหน้า จริงๆสาเหตุที่คนใช้สมาร์ทโฟนซื้อใช้เพราะนอกจากจะมีราคาที่ประหยัดแล้ว ยังป้องกันสมาร์ทโฟนของตนได้ในระดับดี แต่ข้อเสียของเคสประเภทนี้คือไม่ค่อยมีความสวยงามสักเท่าไหร่ ค่อนข้างที่จะมีน้ำหนัก ทำให้ตัวสมาร์ทโฟนหนาขึ้น อีกทั้งยิ่งถ้าเป็นสมาร์ทโฟนที่ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ หากใส่เคสประเภทนี้อาจจะทำให้รูปร่างของสมาร์ทโฟนเปลี่ยนไปครับ

2. เคสซิลิโคนอย่างดี พิมพ์ลายน่ารัก
เคสต่อมาเป็นเคสที่ต่อยอดมาจากเคสประเภทแรก มีลักษณะเป็นซิลิโคน แต่เนื้อซิลิโคนแบบดี มีลักษณะลื่น จับแล้วกระชับมือ ไม่เหนียว ภายในจะเป็นสีขาว ส่วนภายนอกจะพิมพ์ลายการ์ตูนซึ่งภาพที่ได้จะมีสีที่สดใส สวยงาม เหมาะกับวัยรุ่นหรือผู้ที่ต้องการเคสที่มีความนุ่ม กระชับมือ แต่ยังคงความเรียบง่าย อีกทั้งเคสประเภทนี้ยังมีหลากหลายแบบเพราะความสร้างสรรค์ของลาย บางร้านใช้เป็นงานแฮนด์เมค มีชิ้นเดียวในโลก ก็ถือเป็นจุดขายอีกเช่นกัน ข้อดีของเคสประเภทนี้คือทำการป้องกันเครื่องที่ด้านหลังและขอบข้างทั้งหมด เพราะตัวเคสจะหุ่มตัวสมาร์ทโฟนไว้ทั้งหมดเช่นเดียวกับเคสประเภทแรก อีกทั้งยังมีความสวยงาม ซิลิโคนเป็นรูปเป็นร่าง เวลามองด้วยตาป่าวอาจจะคิดว่าเป็นพลาสติกแข็ง แต่ข้อเสียสำคัญเลยคือมีน้ำหนักที่หนักมาก อีกทั้งยังหนา ใช้ไปนานๆก็เหนียว ภาพที่สกรีนก็อาจจะหลุดได้ครับ

3. เคสแบบ 2 ส่วน
เคสประเภทนี้จะค่อนข้างจำกัดเฉพาะรุ่นที่มีดีไซน์เรียบง่าย เพราะเฉพาะเครื่องที่ดีไซน์โค้งงอมากๆ หรือมีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ใช้กันสักเท่าไร เคสประเภทนี้จะมีลักษณะคลุมทั่วตัวสมาร์ทโฟนเหมือนเคส 2 ประเภทแรก แต่จะมีลักษณะที่แข็ง อาจจะทำตัวพลาสติก โลหะ กึ่งโลหะ หรือวัสดุเสมือนโลหะ เพราะฉะนั้น ด้วยความที่ตัวมันมีลักษณะที่แข็ง จึงไม่สามารถที่จะยืดงอเพื่อทำการใส่ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน(ส่วนบน และส่วนล่าง อัตราส่วน 4:1) แต่ก็ออกแบบมาให้มีการล็อคที่ดี จึงไม่มีการหลุดระหว่างใช้งานแน่นอน ข้อดีคือตัวเคสค่อนข้างแข็งแรง และสวยงาม ถอดเข้า ถอดออกง่าย บาง(เป็นบางรุ่น) และดูมีลูกเล่น แตกต่างจากเคสแบบที่ 1 และ 2 จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใส่เคสที่ป้องกันทั้งด้านหลังและด้านข้างทั้งหมด แต่ข้อเสียก็คือ เวลาที่เราใส่นั้นจำเป็นจะต้องสไลด์ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 เข้าหากัน ตัวเคสจะทำการถูกับเครื่อง ถ้าเคสประเภทนี้ที่ทำด้วย โลหะ กึ่งโลหะ หรือวัสดุเสมือนโลหะแล้วละก็ การถอดเข้าถอดออกบ่อยๆอาจจะทำให้เครื่องด้านข้างเป็นรอยยาวได้ครับ

4. เคสแบบ 3 ส่วน
เคสนี้จะมีลักษณะคล้ายๆแบบที่ 3 แต่จะแตกต่างที่มี 3 ชิ้น ประกอบด้วย เคสที่เป็นขอบข้าง 2 ชิ้น(ส่วนบน และส่วนล่าง อัตราส่วน 4:1) และแผ่นหลังอีก 1 แผ่น เคสนี้จะตอบโจทย์กับผู้ที่ต้องการเคสแบบประเภทที่ 3 แต่ไม่อยากให้ด้านหลังมีรอยต่อ อีกทั้งเคสแบบ 3 ส่วนนี้ ด้วยความที่แยกแผ่นหลังออก ทำให้ผู้ผลิตเคสสามารถแต่งเติมแผ่นหลังได้ ทำให้มีลักษณะที่สวย และสร้างสรรค์กว่าแบบที่ 3 ถามว่าถ้าจะนำมาประยุกต์ใช้ใส่แค่ด้านข้างได้มั้ย? ไม่ได้นะครับ เพราะถ้าใส่ไม่ครบ 3 ชิ้นเครื่องจะหลวมทันที เพราะแผ่นหลังจะต้องทำการล็อคติดกับด้านข้าง ข้อดีก็คือ เคสประเภทนี้จะทำการคลุมรอบเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลังแต่มีการใส่เข้าด้วยการประกอบเหมือนประเภทที่ 3 แต่จะมีความสวยงามและโดดเด่นกว่าเพราะแผ่นหลังไม่มีรอยต่อ แต่ข้อเสียก็คือ อาจจะใหญ่ และหนากว่าเคสประเภทที่ 3 ไปสักนิด นี่ก็ขึ้นอยู่กับทางผู้ผลิตละครับ แต่ที่หนักกว่านั้นคือเคสประเภทนี้เป็นแบบประกอบเข้าด้วยการสไลด์เป็นหลัง เคสประเภทที่ 3 อาจจะขูดแค่ด้านข้าง แต่เคสชนิดนี้ อาจจะขูดด้านหลังด้าน เพราะผู้ผลิตเคสส่วนใหญ่มักจะดีไซด์ให้มีการประกอบแผ่นหลังด้วยการสไลด์เข้าด้วยเช่นกัน

5. ซอฟเคส เคสเกาะแบบแข็ง
ต้องขอบอกเลยว่า เคสประเภทนี้เป็นเคสที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน อีกทั้งเคสประเภทนี้ยังมีขายมากที่สุดในหมู่สมาร์ทโฟนทัชสกรีนเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย เพราะฉะนั้น เวลาที่เราเห็นสมารืทโฟนรุ่นใหม่ๆเปิดตัว เรามักจะเห็นเคสประเภทนี้ออกมาก่อนชาวบ้านชาวช่องเสมอๆ ลักษณะเคสจะเป็นการทำมาจากพลาสติก หรือวัสดุกลึ่งโลหะ จะทำการคลุมด้านหลัง และด้านข้างด้านซ้าย และด้านขวา แต่ไม่มีการคลุมด้านบนและด้านล่างนะครับ ถามว่าทำไมถึงได้รับความนิยม ก็เพราะว่าเคสประเภทนี้ผลิตง่าย ราคาไม่แพง แต่ราคานี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าการออกแบบจะออกมาเป็นยังไงนะครับ บางทีเนื้อเคสเป็นแบบขรุขระให้จับง่าย หรืออาจจะมีลายพิเศษ ราคาก็อาจจะแพงขึ้นมาหน่อย เคสประเภทนี้มีการสวมใส่ที่ง่าย ที่ผู้ผลิตผลิตดีตัวเคสจะพอดีกับตัวเครื่อง ไม่รัดแน่นมากจนเกินไป ความสวยงามของเคสนี้คือความบาง และลายที่พิมพ์ลงไป อีกทั้งอย่างที่บอกไปตอนต้นว่าอาจจะมีลูกเล่นอื่นๆที่ทำให้จับหรือสัมผัสเคสได้ง่าย ข้อเสียของเคสชนิดนี้คือ หากเลือกซื้อเคสโดยไม่ได้ลองสวมก่อน หรือเลือกซื้อของไม่ดี อาจจะทำให้เคสนั้นแน่นจนเกินไป ผลกระทบคือทำให้สมาร์ทโฟนเป็นรอย รุนแรงหน่อยก็อาจจะทำให้สมาร์ทโฟนด้านข้างของคุณมีรอยร้าวกันเลยทีเดียว แต่ที่ไม่น่าจะเกิดก็คือเคสประเภทนี้ชอบดันขอบของฟิล์มกันรอยขึ้น ทำให้ฟิล์มกันรอยของเรามีฟองอากาศที่ด้านขอบอยู่บ่อยๆ ฉะนั้นก่อนซื้อก็ควรเลือกดูดีๆนะครับ

6. บั้มเปอร์ เคสข้าง
เคสชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน แต่ไม่ถึงกับนิยมมาก เพราะจะมีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่ได้ทำ ลักษณะเคสจะคลุมเฉพาะด้านข้างเท่านั้น ไม่คลุมด้านหลัง อาจจะเป็นชิ้นเดียว หรือ 2 ชิ้นประกอบกันก็ได้แล้วแต่ผู้ผลิต ถามว่าแค่ป้องกันแค่ด้านข้างแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไร มีผู้ผลิตเคสประเภทนี้ท่านนึงเคยกล่าวไว้ครับว่าเวลาที่สมาร์ทโฟนหล่นเนี่ย ส่วนที่จะถึงพื้นเป็นอันดับแรกก็คือขอบหรือมุมของตัวสมาร์ทโฟน จึงไม่จำเป็นต้องทำการป้องกันในส่วนหลังก็ได้(ถ้าไม่ได้ซีเรียสเรื่องรอย) แต่จริงๆแล้วที่ได้รับความนิยมในไทยก็เพราะว่าคนไทยเป็นคนที่ชอบโชว์ครับ(555) หรือไม่ก็อยากที่จะให้เห็นด้านหลังของตัวสมาร์ทโฟนเลยไม่อยากที่จะปิดมันก็เท่านั้นเอง ข้อดีคือ เคสประเภทนี้มีความบางที่สุด เพราะมันไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับตัวเครื่องมาก คลุมแค่ด้านข้าง แต่อาจจะทำให้เครื่องของคุณดูกว้างขึ้น ส่วนข้อเสียก็คือไม่ป้องกันด้านหลัง จึงอาจจะทำให้สมาร์ทโฟนของคุณเกิดรอยง่าย และเคสประเภทนี้มีราคาแพงตามวัสดุที่ใช้ครับ (พลาสติกก็แพงละ ยิ่งพวกโลหะไม่ต้องพูดถึง)

7. เคสอเนกประสงค์
หรือต้องเรียกว่าเคสสาระพัดประโยชน์นั่นเอง เคสประเภทนี้มีทั้งแบบมีขาตั้ง ใส่บัตรต่างๆที่ด้านหลังได้ ใส่เงินได้ มีไฟฉาย สามารถชาร์ตได้ในตัว หรือจะเป็นเคสแบบกันน้ำได้ ดังนั้นผมจึงบอกไม่ได้ว่าเหมาะกับผู้ใช้ประเภทไหน ก็อยู่ที่ว่ามีความต้องการแบบไหน เคสแต่ละแบบก็ตอบโจทย์ที่แตกต่างกันออกไป ข้อดีก็แต่ต่างกันไป แต่ข้อเสียส่วนใหญ่จะคล้ายๆกันก็คือมีขนาดค่อนข้างหนาและหนัก อีกทั้งราคาก็ค่อนข้างสูง ดีไซน์ก็ไม่ค่อยสวย ก็เน้นใช้งานนิครับ 555

8. กระเป๋าใส่สมาร์ทโฟน
เอ่ออ…อย่าเรียกเคสเลยครับ เรียกกระเป๋าแหละถูกแล้ว ถามว่าเอามาทำไม ผมว่ามันก็เป็นหนึ่งในการช่วยให้สมาร์ทโฟนของคุณปลอดภัยจากเหล่ารอยต่างๆได้ดีนะครับ ต้องบอกเลยว่าปัจจุบันกระเป๋าใส่สมาร์ทโฟนนั้นได้มีการออกแบบมาให้มีความสวยงาม เรียบหรู ทำให้มีความรู้สึกว่าอยากใช้ การใช้กระเป๋านั้น มันตอบโจทย์ได้ตรงประเด็นมากๆสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะโชว์ความงดงามของสมาร์ทโฟนของคุณแต่ก็อยากให้มีการป้องกันจากการขีดข่วนบ้าง ดังนั้นกระเป๋าใส่สมาร์ทโฟนจึงเป็นคำตอบที่ใช่เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็ต้องเลือกกระเป๋าที่ดี หยิบเข้าออกได้ง่าย แต่ก็ต้องไม่หลวมมากจนเกินไป แน่นอนว่าตัวกระเป๋าจะต้องสามารถล็อคไม่ให้สมาร์ทโฟนหล่นหรือหลุดออกจากกระเป๋า ที่ผมพูดมานี้ จริงๆมันเป็นคุณสมบัติของกระเป๋าที่ส่วนใหญ่มักจะแถมหรือมีขายคู่กับสมาร์ทโฟนนั้นๆ แต่ถ้าคุณจะไปหาซื้อเองก็ควรที่จะนำสมาร์ทโฟนไปลองด้วยนะครับ ข้อดีก็ฟังไปกันแล้ว ทีนี้มาฟังข้อเสียของมันบ้าง ข้อเสียนั้นหลักๆเลยคือด้วยความที่มันอยู่ในกระเป๋าเวลาที่มีใครโทรมา หรือมีข้อความอะไรแจ้งมามักจะไม่ค่อยได้ยิน อีกทั้งแน่นอนว่ามันไม่เหมาะเลยสำหรับคนที่ชอบเล่นสมาร์ทโฟนเพราะต้องคอยหยิบเข้าหยิบออกตลอดเวลา ดูแล้วเวียนหัวแย่เลยครับ

9. เคสฝาพับ ทรงโทรศัพท์ฝาพับ
ถ้าดูในหมู่ของเคสที่มีฝาพับด้วยกัน ส่วนตัวผมมองว่าเคสประเภทนี้ใช้งานง่ายและเหมาะมากกว่านะครับ เพราะเวลาที่เราใช้งาน เราเปิดฝาพับ ในส่วนของฝาพับมันจะไปห้อยอยู่ด้านล่างเท่ากับว่าไม่มีอะไรมาทำให้รู้สึกเกะกะหรือทำให้เครื่องสมาร์ทโฟนดูใหญ่ขึ้น ลักษณะของเคสนั้นจะมีลักษณะคล้ายโทรศัพท์ฝาพับสมัยก่อน เป็นเคสแบบป้องกันตัวเครื่องทั้งหมด เพราะปิดทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง จึงปลอดภัยได้เลยว่าถึงแม้จะอยู่ในกระเป๋าก็ไม่ต้องกลัวว่าจอของสมาร์ทโฟนของคุณจะเป็นรอย จึงเหมาะมากกับคนที่ต้องทำงานและพกสมาร์ทโฟนไปไหนมาไหน ซึ่งต้องใส่กระเป๋าไว้ อีกอย่างคือ มันเหมาะมากกับผู้ใช้ที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะปัจจุบันเคสประเภทนี้จะใช้หนังมาทำ ทำให้ดูค่อนข้างเรียบหรูทีเดียว ข้อเสียก็คือ ด้วยความที่มันมีฝาปิดส่วนหน้า บางครั้งอาจจะมองว่าเป็นส่วนเกิน ทำให้รู้สึกรำคาญเล็กน้อย อีกทั้งตัวสมาร์ทโฟนก็อาจจะดูหนา และหนักขึ้นมาหน่อยครับ3

10. เคสฝาพับ แบบสมุดโน็ต
เคสแบบนี้จะมีลักษณะแบบเคสแบบฝาพับโทรศัพท์ แต่จะพับที่ด้านข้างเหมือนสมุดโน็ต แน่นอนว่ามันได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนจอใหญ่ขึ้นมาหน่อย เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ถือสมุดโน็ตไปไหนมาไหน ปัจจุบันมีการประยุกต์ให้สามารถใส่การ์ด ใช่บัตร หรือเงินได้ด้วย จึงทำให้เคสประเภทนี้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นครับ เคสประเภทนี้จริงๆต้องบอกว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัยจริงๆครับ อย่างวัยเด็กหรือวัยรุ่นก็สามารถหาซื้อแบบกุ๊กกิ๊กน่ารัก มีสีสัน พิมพ์ลายน่ารักๆ หรือถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็หาซื้อแบบเรียบหรู ผลิตจากหนัง ทั้งนี้ เคสนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทำสมาร์ทโฟนหล่นบ่อยๆ แน่นอนว่ามันป้องกันรอบด้านครับ มันจึงตอบโจทย์ได้ดีกับคนประเภทนี้ครับ ข้อเสียคือ เวลาที่เราใช้งานบางครั้งเราต้องพับไปด้านหลังสมาร์ทโฟน ซึ่งอาจจะทำให้ใช้งานสมาร์ทโฟนได้ไม่ถนัด เวลาใช้ต้องคอยปิดๆเปิดๆ ค่อนข้างหนา และมีน้ำหนัก อีกทั้งราคาค่อนข้างแพงครับ